ความโกรธทำลายทุกสิ่งที่สร้างมา แต่ความเกลียดทำลายทุกอย่างที่เหลืออยู่
ที่จริงแล้วไม่อยากพาดพิงถึงเขาคุณน็อต ที่เพียงข้ามคืนก็มีชื่อสกุลที่คนมากมายเรียกขานกัน คือ กราบรถกู
นี่เพราะมีคนกล่าวถึงเขาไว้มากมายหลายแห่งแล้ว ทั้งคนที่ประนามและคนที่เห็นอกเห็นใจกับวิบากกรรมที่ได้รับ แต่ที่ต้องพาดพิงถึงก็เพียงเพื่อความเข้าใจได้โดยสะดวกแบบเห็นภาพโดยง่ายเท่านั้น ไม่มีเจตนาเพื่อประนามใดๆ ผมว่าเท่านี่ก็มากเกินพอแล้ว
กล่าวโดยรวบรัดก็คือ รถของคุณน๊อตถูกชนท้ายโดยรถมอเตอร์ไซค์ แล้วด้วยความเข้าใจคิดว่าคนขับต้องการหลบหนี จึงไปลากคอคนขับมาทำร้ายและให้กราบ รถที่ตัวเองรัก ขนเป็นที่มาของ วลีว่า กราบรถกู หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปเรื่องนี้คงโด่งดังอยู่ไม่กี่วัน หลังจากดำเนินการทางกฎหมายแล้วคงเงียบหายไป แต่บังเอิญว่าคุณน๊อตเป็นดาราที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง จึงทำให้ตกเป็นข่าวใหญ่และมีการเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบกันอย่างชนิดที่เรียกว่าถล่มทะลายกันในโลกโซเชียล นับจากวันเกิดเรื่องจนถึงวันที่เขียนนี่จะครบอาทิตย์แล้ว จนได้รับโทษทางวินัยจากต้นสังกัด รับโทษจากสังคม รับโทษอันจะเกิดในทางคดี เรื่องราวก็ยังไม่จบ
ผมไม่สนับสนุนความรุนแรงที่คุณน็อตทำไป ทำด้วยความโกรธ ที่ค่อนข้างรุนแรงเหมือนไฟไหม้ป่า จนไม่ทันได้ยั้งคิดว่าจะเกิดผลอย่างไรในอนาคต
ความโกรธเพียงชั่วครู่นั้นได้ทำลายหน้าที่การงานที่พากเพียรในเวลาร่วมสืบปี ความโกรธจึงทำลายทุกสิ่งที่คุณน็อตสร้างมา
นี่เพราะมีคนกล่าวถึงเขาไว้มากมายหลายแห่งแล้ว ทั้งคนที่ประนามและคนที่เห็นอกเห็นใจกับวิบากกรรมที่ได้รับ แต่ที่ต้องพาดพิงถึงก็เพียงเพื่อความเข้าใจได้โดยสะดวกแบบเห็นภาพโดยง่ายเท่านั้น ไม่มีเจตนาเพื่อประนามใดๆ ผมว่าเท่านี่ก็มากเกินพอแล้ว
กล่าวโดยรวบรัดก็คือ รถของคุณน๊อตถูกชนท้ายโดยรถมอเตอร์ไซค์ แล้วด้วยความเข้าใจคิดว่าคนขับต้องการหลบหนี จึงไปลากคอคนขับมาทำร้ายและให้กราบ รถที่ตัวเองรัก ขนเป็นที่มาของ วลีว่า กราบรถกู หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปเรื่องนี้คงโด่งดังอยู่ไม่กี่วัน หลังจากดำเนินการทางกฎหมายแล้วคงเงียบหายไป แต่บังเอิญว่าคุณน๊อตเป็นดาราที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง จึงทำให้ตกเป็นข่าวใหญ่และมีการเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบกันอย่างชนิดที่เรียกว่าถล่มทะลายกันในโลกโซเชียล นับจากวันเกิดเรื่องจนถึงวันที่เขียนนี่จะครบอาทิตย์แล้ว จนได้รับโทษทางวินัยจากต้นสังกัด รับโทษจากสังคม รับโทษอันจะเกิดในทางคดี เรื่องราวก็ยังไม่จบ
ผมไม่สนับสนุนความรุนแรงที่คุณน็อตทำไป ทำด้วยความโกรธ ที่ค่อนข้างรุนแรงเหมือนไฟไหม้ป่า จนไม่ทันได้ยั้งคิดว่าจะเกิดผลอย่างไรในอนาคต
ความโกรธเพียงชั่วครู่นั้นได้ทำลายหน้าที่การงานที่พากเพียรในเวลาร่วมสืบปี ความโกรธจึงทำลายทุกสิ่งที่คุณน็อตสร้างมา
เพราะอะไรผลที่ได้รับจึงกว้างขวางขนาดนี้ เพราะถ้าเทียบกับคนทั่วไปแล้ว ในกรณีที่เกิดขึ้นทั้งเร็วๆนี้และก่อนหน้านี้ ไม่มีใครได้รับผลถึงขั้นการงานย่อยยับ ที่น่าขันก็คือแม้คนที่มีภาพร่วมกับคุณน็อตก็พลอยถูกด่าไปด้วย
ผมไม่พูดไปถึงว่าการไม่ยอมรับผิดแต่โดยดี การแจ้งความกลับ รวมทั้งคำพูดของทนายคุณน็อตที่ไปกระพือโหมให้เรื่องร้อนแรงขึ้นล่ะ มันก็รวมๆอยู่ในเหตุที่ทำให้กระตุ้นกระแสขึ้นมาอยู่แล้ว
คืออันที่จริงคุณน็อตก็ประพฤติผิดพลาด และมีปฏิกิริยาตอบโต้แบบชาวบ้านธรรมดา คือมีทนายช่วย ต้องการป้องกันมิให้รูปคดีแย่ลง แบบชาวบ้นๆทั่วๆไป
ผิดตรงที่ว่าแกไม่ใช่ชาวบ้าน ชาวบ้านไม่นับว่าแกเป็นชาวบ้านกับเขาด้วย อีกทั้งความคิดร่วมที่เกืดขึ้นกับคนหมู่มาก คือ นี่น่ะหรือคนดี นี่น่ะหรือดารา นี่น่ะหรือคนที่สมควรได้รับความสำเร็จ นี่น่ะหรือ...
พอคิดอย่างนี้แล้วก็เกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งในขณะที่นิ้วมือกดบนแป้นพิมพ์ นั่นคือความเกลียดชัง
คนจำนวนมากพากันออกมาให้ความเห็น แชร์ข้อความ มีทั้งคนดังและคนไม่ดัง ไม่ว่าจะมาในนามแห่งความดีงาม ความเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม ความเห็นอกเห็นใจฝ่ายที่ถูกกระทำ แต่ที่มันปกปิดซ่อนเร้นไม่ได้เลย ไม่ว่าจะใช้คำพูดในรูปแบบหยาบคาย แดกดัน เหลืออด จนถึงอย่างสุภาพ นั่นคือ ความเกลียดชัง
คงไม่ใช่ทุกข้อความที่มีความเกลียดชัง บางคนอาจมีเจตนาที่อยากจะเห็นความยุติธรรมอันบริสุทธิ์ แต่คนจำนวนมากกว่ามากนั้นคือต้องการแสดงความเกลียดชัง
ผมไม่พูดไปถึงว่าการไม่ยอมรับผิดแต่โดยดี การแจ้งความกลับ รวมทั้งคำพูดของทนายคุณน็อตที่ไปกระพือโหมให้เรื่องร้อนแรงขึ้นล่ะ มันก็รวมๆอยู่ในเหตุที่ทำให้กระตุ้นกระแสขึ้นมาอยู่แล้ว
คืออันที่จริงคุณน็อตก็ประพฤติผิดพลาด และมีปฏิกิริยาตอบโต้แบบชาวบ้านธรรมดา คือมีทนายช่วย ต้องการป้องกันมิให้รูปคดีแย่ลง แบบชาวบ้นๆทั่วๆไป
ผิดตรงที่ว่าแกไม่ใช่ชาวบ้าน ชาวบ้านไม่นับว่าแกเป็นชาวบ้านกับเขาด้วย อีกทั้งความคิดร่วมที่เกืดขึ้นกับคนหมู่มาก คือ นี่น่ะหรือคนดี นี่น่ะหรือดารา นี่น่ะหรือคนที่สมควรได้รับความสำเร็จ นี่น่ะหรือ...
พอคิดอย่างนี้แล้วก็เกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งในขณะที่นิ้วมือกดบนแป้นพิมพ์ นั่นคือความเกลียดชัง
คนจำนวนมากพากันออกมาให้ความเห็น แชร์ข้อความ มีทั้งคนดังและคนไม่ดัง ไม่ว่าจะมาในนามแห่งความดีงาม ความเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม ความเห็นอกเห็นใจฝ่ายที่ถูกกระทำ แต่ที่มันปกปิดซ่อนเร้นไม่ได้เลย ไม่ว่าจะใช้คำพูดในรูปแบบหยาบคาย แดกดัน เหลืออด จนถึงอย่างสุภาพ นั่นคือ ความเกลียดชัง
คงไม่ใช่ทุกข้อความที่มีความเกลียดชัง บางคนอาจมีเจตนาที่อยากจะเห็นความยุติธรรมอันบริสุทธิ์ แต่คนจำนวนมากกว่ามากนั้นคือต้องการแสดงความเกลียดชัง
สิ่งที่คุณน็อตทำไปอาจดูรุนแรง แต่อยู่ในขอบเขตของการลุแก่โทสะ ที่คนทั่วไปทุกๆคนก็เคยเป็นมาแล้วในบางเรื่องบางโอกาส แต่ทำไมคุณถึงให้ระดับความต้องการลงโทษรุนแรงราวกับชายคนนี้ปล้นฆ่าข่มขีนคน บางคนประณามถึงขั้นไม่อยากอยู่ร่วมสังคม
นักโทษในคดีต่างๆ ที่ไม่ใช่การฆ่า การข่มขืน การกระทำทารุณต่อเด็ก นักโทษสถานเบาพวกนี้คุณยังอาจเคยบอกว่าสังคมต้องให้โอกาสเขา ให้ที่ยืนในสังคม เพื่อให้เขาได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ เพราะอะไรครับ เพราะคุณให้ความเห็นผ่านมาตรวัดความดีของคุณ ที่บอกว่าคนดีนี่ต้องให้โอกาสคนอื่น
แต่พอถึงคราวคุณน็อตที่ความผิดที่ทำไปยังไม่เท่าเทียมคนเหล่านั้นเลย ทำไมคุณถึงรู้สึกกระเหี้ยนกระหือรือ รอไม่ได้ ทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้เขารับโทษตามมาตราฐานที่ถูกกำหนดไว้ แต่คุณต้องส่งข้อความไล่ล่าด้วยเจตนาที่จะทำให้เขาไม่มีที่ยืนในพื้นที่ของเขานั้นมันคืออะไร ก็มิใช่มาตรวัดความดีที่คุณกำหนดหรอกหรือ
ผมวิสาสะแบ่งความเกลียดชังนี้เป็นสองแบบ
แบบที่หนึ่งคือ คนจำนวนมากเกลียดคุณน็อตในฐานะที่รู้สึกร่วมในฐานะฝ่ายถูกกระทำ มีจินตภาพว่าคุณนอตเห็นตัวเองเป็นดาราทำอะไรไม่ผิด เป็นอภิสิทธิ์ชน เป็นแค่ดาราค่อนข้างมีชื่อเสียงยังกร่างขนาดนี้ ต่อไปจะขนาดไหน เป็นความรู้สึกร่วมที่สร้างจินตภาพขึ้นเอง ทั้งๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความรู้สึกนี้ไม่ต้องการเห็นชายคนนี้ได้ดิบได้ดีอีกต่อไป มีคำเรียกง่ายๆต่อความเกลียดชังนี้ คือ ความริษยา
เป็นไปได้อยู่ว่า บางคนอาจจะมองว่าความเกลียดชังนี้เป็นการเกลียดชังความชั่วร้าย หรือเข้าลักษณะการไม่ร่วมวง หรือร่วมกิจกรรม หรือถึงขั้นขับไล่ไสส่ง นั่นก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าหากเจือด้วยคำในใจว่าสถานะที่คุณน็อตเคยเป็นเคยมีนั้นไม่ใช่สิ่งที่สมควรได้เป็นได้มีได้รับเมื่อเปรียบกับพฤติกรรม ขอตั้งไว้ว่าหากคุณไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับการตัดสินในด้านสถานะและการงานแล้วนั้นยิ่งชัดเจนว่า ในขณะที่คุณแสดงความเห็นนี้ออกมาไม่ว่าวาจาหรือทางใจ คุณได้ทำการเปรียบเทียบสถานะนั้นๆกับสถานะที่คุณเป็นอยู่โดยธรรมชาติ (การประเมินควรหรือไม่ควรของคนเรามีที่มาจากมุมมองของตัวเอง) ดังนั้นการเปรียบเทียบนี้จึงเรียกความรู้สึกด้อยกว่าออกมาอยู่แล้ว ทั้งนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกันในด้านรายได้แต่อย่างใด แต่เกี่ยวกับมุมมองที่มีตอสถานะนั้นโดยตรง เช่นคุณอาจมีรายได้มากกว่าคุณน็อตสิบเท่าตัว แต่คุณมองสถานะของคุณน็อตสูงกว่าในแง่ทางสังคม การดึงดูดใจสตรีหรือแฟนคลับ ทำให้เกิดการประเมินคุณค่าหรือสถานะฉับพลัน เมื่อเราประเมินตำแหน่งของเราในเชิงด้อยกว่า เมื่อนั้นคือความโกรธที่มีชื่อเรียกว่า อิจฉาหรือริษยา
นักโทษในคดีต่างๆ ที่ไม่ใช่การฆ่า การข่มขืน การกระทำทารุณต่อเด็ก นักโทษสถานเบาพวกนี้คุณยังอาจเคยบอกว่าสังคมต้องให้โอกาสเขา ให้ที่ยืนในสังคม เพื่อให้เขาได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ เพราะอะไรครับ เพราะคุณให้ความเห็นผ่านมาตรวัดความดีของคุณ ที่บอกว่าคนดีนี่ต้องให้โอกาสคนอื่น
แต่พอถึงคราวคุณน็อตที่ความผิดที่ทำไปยังไม่เท่าเทียมคนเหล่านั้นเลย ทำไมคุณถึงรู้สึกกระเหี้ยนกระหือรือ รอไม่ได้ ทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้เขารับโทษตามมาตราฐานที่ถูกกำหนดไว้ แต่คุณต้องส่งข้อความไล่ล่าด้วยเจตนาที่จะทำให้เขาไม่มีที่ยืนในพื้นที่ของเขานั้นมันคืออะไร ก็มิใช่มาตรวัดความดีที่คุณกำหนดหรอกหรือ
ผมวิสาสะแบ่งความเกลียดชังนี้เป็นสองแบบ
แบบที่หนึ่งคือ คนจำนวนมากเกลียดคุณน็อตในฐานะที่รู้สึกร่วมในฐานะฝ่ายถูกกระทำ มีจินตภาพว่าคุณนอตเห็นตัวเองเป็นดาราทำอะไรไม่ผิด เป็นอภิสิทธิ์ชน เป็นแค่ดาราค่อนข้างมีชื่อเสียงยังกร่างขนาดนี้ ต่อไปจะขนาดไหน เป็นความรู้สึกร่วมที่สร้างจินตภาพขึ้นเอง ทั้งๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความรู้สึกนี้ไม่ต้องการเห็นชายคนนี้ได้ดิบได้ดีอีกต่อไป มีคำเรียกง่ายๆต่อความเกลียดชังนี้ คือ ความริษยา
เป็นไปได้อยู่ว่า บางคนอาจจะมองว่าความเกลียดชังนี้เป็นการเกลียดชังความชั่วร้าย หรือเข้าลักษณะการไม่ร่วมวง หรือร่วมกิจกรรม หรือถึงขั้นขับไล่ไสส่ง นั่นก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าหากเจือด้วยคำในใจว่าสถานะที่คุณน็อตเคยเป็นเคยมีนั้นไม่ใช่สิ่งที่สมควรได้เป็นได้มีได้รับเมื่อเปรียบกับพฤติกรรม ขอตั้งไว้ว่าหากคุณไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับการตัดสินในด้านสถานะและการงานแล้วนั้นยิ่งชัดเจนว่า ในขณะที่คุณแสดงความเห็นนี้ออกมาไม่ว่าวาจาหรือทางใจ คุณได้ทำการเปรียบเทียบสถานะนั้นๆกับสถานะที่คุณเป็นอยู่โดยธรรมชาติ (การประเมินควรหรือไม่ควรของคนเรามีที่มาจากมุมมองของตัวเอง) ดังนั้นการเปรียบเทียบนี้จึงเรียกความรู้สึกด้อยกว่าออกมาอยู่แล้ว ทั้งนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกันในด้านรายได้แต่อย่างใด แต่เกี่ยวกับมุมมองที่มีตอสถานะนั้นโดยตรง เช่นคุณอาจมีรายได้มากกว่าคุณน็อตสิบเท่าตัว แต่คุณมองสถานะของคุณน็อตสูงกว่าในแง่ทางสังคม การดึงดูดใจสตรีหรือแฟนคลับ ทำให้เกิดการประเมินคุณค่าหรือสถานะฉับพลัน เมื่อเราประเมินตำแหน่งของเราในเชิงด้อยกว่า เมื่อนั้นคือความโกรธที่มีชื่อเรียกว่า อิจฉาหรือริษยา
แบบที่สองคือ คนจำนวนหนึ่งอาจจะน้อยกว่าหรือพอๆกัน เกลียดคุณน็อตในฐานะที่ทำให้ความดีของตัวเองแปดเปื้อน ความเจ็บป่วยของสังคมในด้านหนึ่งคือการเหมารวมและยกย่องสรรเสริญพวกเหล่าจนเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นการเหมารวมในฐานะสายอาชีพ หรือการเหมารวมในฐานะของชนชั้น ลักษณะที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือในกลุ่มคนร่วมสายอาชีพที่ออกมาให้ความเห็นจำนวนหนึ่ง ที่มีจุดร่วมเดียวกันคือเรื่อง ความประพฤติอันไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในกลุ่มในก้อนเดียวกัน หรือมักใช้คำว่า ทำให้วงการแปดเปื้อน หรือทำให้วงการเสื่อมเสีย ในการสื่อสารนี้คือกลุ่มที่มองว่าตัวเองมีความเหนือกว่า และมีความกลัวหรือความกังวลซ่อนอยู่ภายใต้เกี่ยวกับการกระทำที่ขาดความยับยั้งชั่งใจของคุณน็อตจะทำให้สถานะของตัวเองตกต่ำลง ที่ยิ่งกว่าพวกกลุ่มก้อนหรือวงการเดียวกัน คือกลุ่มที่นับตัวเองเป็นชนชั้นเดียวกัน หรือพวกหมู่เดียวกันแม้ว่าจะไม่อยู่ในสายอาชีพเดียวกันเลย ซึ่งมีความซับซ้อนมาก เพราะเขาเหล่านี้หาทางโยงตัวเองเข้ากับคุณน็อตไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เช่นกลุ่มชนชั้นกลางหรือกลุ่มคนมีรถประเภทเดียวกันหรือโมเดลเดียวกัน ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือกลุ่มที่วางตำแหน่งตัวเองไว้เป็นคนดี เมื่อตราคนดีของคุณน็อตแปดเปื้อน(มีการริบคืนรางวัลต่างๆที่มอบให้ในฐานะคนดีตัวอย่าง) ความหวาดหวั่นว่าตราคนดีหรือยี่ห้อคนดีประจำตนจะถูกลดค่าลงไป จนถึงกับไล่ล่าเพื่อขับไล่คุณน็อตให้ออกไปจากพื้นที่ของตัวเอง เพื่อประกันสถานะที่สูงส่งของตัวเองเไว้
ที่ผมเรียกสิ่งนี้ว่าความเจ็บป่วยของสังคมหรือกลุ่มก้อน เพราะว่า ความรู้สึกเหล่านี้ประกอบด้วยการคิดเอาเองล้วนๆ การผูกโยงตัวเองเข้ากับคุณน็อตแล้วให้ความหมายการอยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่างพิศดารเหล่านี้ล้วนจัดทำขึ้นภายในสมองและความคิดของตน มิได้อยู่บนพื้นฐานที่แท้จริง และไม่ได้ประกอบบนมาตราฐานชุดใดทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างในด้านคนดี สมมตินายเอเป็น"คนดี"คนหนึ่ง ความผิดพลาดของคุณน็อต กับสถานะของนายเอ ที่มีชื่อเสียงพอประมาณและไม่ได้เป็นดารานักแสดง ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีวันใดเวลาใด แม้แต่ตอนเกิดเรื่องจะมีการผูกโยงนายเอเข้าคุณน็อต ไม่มีมนุษย์คนใดที่แวบแรกในการเห็นพฤติกรรมของคุณน็อต ณ วันนั้น แล้วจะคิดว่าคุณค่าความดีของนายเอ ซึ่งเพิ่งจะบริจาคสิ่งของช่วยน้ำท่วมหรือทำบุญด้วยการสถานะจะค้องถูกประเมินใหม่เพราะเหตุนี้ นี่จึงเป็นจินตภาพล้วนๆที่หลังจากรับสารแล้วเริ่มประมวลและประเมิน จากนั้นจึงตัดสินใจว่า คนเช่นนี้ไม่สมควรอยู่ ไม่สมควรมี ไม่สมควรได้ ในระดับเดียวกันกับที่ฉันมี ฉันได้ ฉันเป็น เพราะระดับที่ฉันมีและเป็นอยู่มีคุณค่ามากกว่า และไม่ควรต้องเสียคุณค่าไปเพราะชายคนนี้ ผู้คนไม่ควรเห็นคุณค่าที่ฉันคิดว่าฉันได้รับมาเป็นอย่างเดียวกัน
ความกลัวนี้เป็นจินตภาพที่ลวงตาลวงใจเรา
ที่ผมเรียกสิ่งนี้ว่าความเจ็บป่วยของสังคมหรือกลุ่มก้อน เพราะว่า ความรู้สึกเหล่านี้ประกอบด้วยการคิดเอาเองล้วนๆ การผูกโยงตัวเองเข้ากับคุณน็อตแล้วให้ความหมายการอยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่างพิศดารเหล่านี้ล้วนจัดทำขึ้นภายในสมองและความคิดของตน มิได้อยู่บนพื้นฐานที่แท้จริง และไม่ได้ประกอบบนมาตราฐานชุดใดทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างในด้านคนดี สมมตินายเอเป็น"คนดี"คนหนึ่ง ความผิดพลาดของคุณน็อต กับสถานะของนายเอ ที่มีชื่อเสียงพอประมาณและไม่ได้เป็นดารานักแสดง ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีวันใดเวลาใด แม้แต่ตอนเกิดเรื่องจะมีการผูกโยงนายเอเข้าคุณน็อต ไม่มีมนุษย์คนใดที่แวบแรกในการเห็นพฤติกรรมของคุณน็อต ณ วันนั้น แล้วจะคิดว่าคุณค่าความดีของนายเอ ซึ่งเพิ่งจะบริจาคสิ่งของช่วยน้ำท่วมหรือทำบุญด้วยการสถานะจะค้องถูกประเมินใหม่เพราะเหตุนี้ นี่จึงเป็นจินตภาพล้วนๆที่หลังจากรับสารแล้วเริ่มประมวลและประเมิน จากนั้นจึงตัดสินใจว่า คนเช่นนี้ไม่สมควรอยู่ ไม่สมควรมี ไม่สมควรได้ ในระดับเดียวกันกับที่ฉันมี ฉันได้ ฉันเป็น เพราะระดับที่ฉันมีและเป็นอยู่มีคุณค่ามากกว่า และไม่ควรต้องเสียคุณค่าไปเพราะชายคนนี้ ผู้คนไม่ควรเห็นคุณค่าที่ฉันคิดว่าฉันได้รับมาเป็นอย่างเดียวกัน
ความกลัวนี้เป็นจินตภาพที่ลวงตาลวงใจเรา
สิ่งเหล่านี้เป็นพิษ สามารถรู้ได้หลังจากได้แสดงวาจาหรือถ้อยคำผ่านตัวหนังสือไปแล้วรู้สึกฮีกเหืม เห็นสมควรตามนั้น และจะยังรู้สึกอย่างนั้น จนกระทั่งวาจาหรือข้อความนั้นได้บรรลุผล แต่หลังจากนั้นวาจาได้ผ่านไปถึงมือผู้รับสาร หรือได้กดส่งข้อความนั้นสู่สาธารณะ ริ้วของความรู้สึกแปลกๆที่คล้ายๆกับต้องยืนยันกับตัวเองซ้ำๆ ว่าสิ่งที่ทำนั้นสมควรดีแล้ว
สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีได้จริงๆ เป็นแค่การยืนยันตัวเองในยามค่ำคืนที่ไมาอาจสงบใจลงได้ คุณสามารถจับจุดสังเกตได้เมื่อคุณ"ต้อง"เล่าให้เพื่อนของคุณหรือใครสักคนหนึ่งที่คุณคาดหวังว่าเขาจะยืนข้างคุณ แล้วที่ร้ายแรงมากที่สุดคือ คุณต้องพยายามปรับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในเรื่องเล่านั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับการยืนยันว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องจริงๆ
หากว่ามันเกิดขึ้นแล้วในค่ำคืนนี้ หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งได้เคยประณามคุณน็อตด้วยความเกลียดชัง ถ้าคุณนึกถึงมันขึ้นมาแล้วความรู้สึกไม่สงบกลับมารบกวนคุณ จงรับรู้ในความจริงนั้น คุณไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลเพื่อกลบปิดมัน แค่มองมันอย่างเป็นกลาง เสพรับรสของความเป็นมนุษย์ที่ฝากรอยริ้วของความกราดเกรี้ยวไว้ และย้ำเตือนตัวเองว่าจะไม่ก้าวมายังจุดนี้อีกแล้ว
สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีได้จริงๆ เป็นแค่การยืนยันตัวเองในยามค่ำคืนที่ไมาอาจสงบใจลงได้ คุณสามารถจับจุดสังเกตได้เมื่อคุณ"ต้อง"เล่าให้เพื่อนของคุณหรือใครสักคนหนึ่งที่คุณคาดหวังว่าเขาจะยืนข้างคุณ แล้วที่ร้ายแรงมากที่สุดคือ คุณต้องพยายามปรับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในเรื่องเล่านั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับการยืนยันว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องจริงๆ
หากว่ามันเกิดขึ้นแล้วในค่ำคืนนี้ หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งได้เคยประณามคุณน็อตด้วยความเกลียดชัง ถ้าคุณนึกถึงมันขึ้นมาแล้วความรู้สึกไม่สงบกลับมารบกวนคุณ จงรับรู้ในความจริงนั้น คุณไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลเพื่อกลบปิดมัน แค่มองมันอย่างเป็นกลาง เสพรับรสของความเป็นมนุษย์ที่ฝากรอยริ้วของความกราดเกรี้ยวไว้ และย้ำเตือนตัวเองว่าจะไม่ก้าวมายังจุดนี้อีกแล้ว
ความโกรธนั้นทำลายหลายสิ่ง แต่ความเกลียดนั้นทำลายสิ่งที่เหลืออยู่
