มีเวลาสำหรับทำหน้าที่ในบทบาทที่ถูกกำหนดแล้ว คนเราควรมีเวลาเหลือพอสำหรับทำในสิ่งที่ฝัน
มันเป้นเรื่องที่แน่นอนว่าคนเราต้องมีหน้าที่ที่จะทำสิ่งต่างๆตามความเหมาะสม และตามความรับผิดชอบ มนุษย์ที่ทิ้งความรับผิดชอบนั้นจะไม่สามารถทำตามความฝันได้อย่างสมบูรณ์ ความยิ่งใหญ่ของไอสไตน์ไม่ได้มาจากจินตนาการเกี่ยวกับอวกาศอย่างเดียว แต่มีคนน้อยมากที่ทราบว่า ไอสไตน์นั้นเดิมพันความรู้และความสำเร็จของตัวเองไว้กับความรับผิดชอบด้วย เขาขอหย่ากับภรรยาคนแรกและต้องจากลูกๆที่เขารัก ด้วยเดิมพันว่า เขาจะต้องได้รางวัลโนเบลและจะมอบรางวัลทั้งหมดให้กับมิเนอว่า ภรรยาที่เขาขอหย่า แล้วเขาก็มุ่งมั่นทำตามความฝันของเขาจนทำมันได้สำเร็จ และได้มอบเงินรางวัลนั้นให้กับครอบครัวอย่างที่ตั้งปณิธานไว้ ผมคิดว่าหากไอสไตน์ทอดทิ้งครอบครัวไปเฉยๆ โดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆเลย มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเขาจะประสบความล้มเหลว ตรงกันข้ามการทำสัญญาพร้อมกับความรับผิดชอบนี้ กลายเป็นแรงผลักดันของทุกวินาทีเพื่อที่จะให้งานสำเร็จ คนทั่วไปอาจจะคิดว่าเขาต้องเพียงทำงานในห้องของเขาแล้วคิดให้ออกว่าข้างนอกนั่นมีอะไรกันแน่ แต่ทว่าสิ่งที่จำเป็นกลับเป็นข้อพิสูจน์ที่สามารถตรวจวัดได้ ทำให้ไอสไตน์ต้องพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้นักดาราศาสตร์คนอื่นๆทดลองพิสูจน์สิ่งทีเขาคิด ในที่สุดมันก็สำเร็จ ลองคิดดูว่าถ้าเขาไม่มีเดิมพันความรับผิดชอบไว้ ความฝันที่วางไว้ก็อาจจะไม่สำเร็จ
ตัวอย่างของไอสไตน์อาจจะไม่ได้ดีที่สุด สำหรับคนที่ต้องมีเวลาทำหน้าที่และมีเวลาสำหรับความฝัน เพราะว่าเขาหน้าที่่การงานของเขากับความฝันของเขามาบรรจบกันในเวลาส่วนใหญ่ของชีวิต แต่ว่าก็เป็นตัวอย่างสำคัญของคนที่ไม่ทิ้งความฝัน
หน้าที่คืออะไรนั้นหรือ หน้าที่คือสิ่งที่เราเลือกทำเพื่อตอบสนองต่อบทบาทที่ถูกกำหนดขึ้นโดยคนรอบข้าง มันก็ดีอยู่ที่ถ้าหากเราสามารถปรับหน้าที่ตามบทบาทที่ถูกกำหนดไว้ ให้กลายเป็นความฝัน เปลี่ยนให้มันกลายเป็นสิ่งที่อยากทำตั้งแต่แรก สำหรับบางคน อาจจมีความฝันที่อยากจะเป้นคนรัก หรือคนที่ถูกรัก แต่อาจจะไม่ได้ยินยอมพร้อมใจที่จะกลายเป็นสามี หรือภรรยา หรือแม้กระทั่งมิได้มีความฝันว่าจะเป็นพ่อหรือเป็นแม่ จริงอยู่ที่ว่าการมีบุตรเราสามารถมอบความรักได้ทั้งหมด แต่ว่า มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยากจะเป็นบทบาทนั้นตลอดเวลา มีช่วงเวลามากมายที่อยากจะเป็นแค่สาวโสดที่สามารถไปเที่ยวไหนต่อไหนคนเดียว แทนที่จะต้องอยู่ในครัวทำอาหารจนหน้ามัน หรืออยากเป็นหนุ่มโสดที่ออกไปเที่ยวผับตอนกลางคืนดื่มเบียร์กับเพื่อนแทนที่จะต้องสอนการบ้านลูก ดังนั้นหน้าที่จึงเป็นกรอบจากผู้คนรอบข้างที่มีความคาดหวังกับเราโดยตรง และบ่อยครั้งมากๆ ที่เรากำหนดกรอบเหล่านั้นด้วยตัวของเราเอง ไม่นับว่าในขณะที่ทำหน้าที่นี้เรามีความสุขหรือไม่ แต่เมื่อมันเป็นสิ่งที่เป็นกรอบเรามีแนวโน้มว่าจะมองมันเป็นภาระและสิ่งที่ต้องทำ เมื่อนั้นการเดินทางนั้น อาหารนั้น ลูกคนนั้น สามีคนนั้น งานนั้น ก็เริ่มที่จะห่างออกไปจากการเป็นความฝัน
แล้วความฝันมันคืออะไร มันไม่ใช่งานที่เฝ้าใฝ่ฝันว่าจะได้ทำหรอกหรือ มันไม่ใช่อาชีพหมอที่อยากเป็นละหรือ มันไม่ใช่การหลบหนีมาอยู่ตามบ้านไร่ชายทุ่งหรือไง ความฝันมันมีลักษณะเฉพาะของการคาดหวัง เรามักจะวาดฝันบางอย่าง แต่เมื่อมันมาถึงมันมีรายละเอียดของความเป็นจริง คนเรามักจะมองข้ามจุดหมายที่เดินมาถึง
แล้วไปใส่ใจรายละเอียดที่เคยไม่มีความหมายและไม่จำเป็นมาก่อน
สำหรับความฝันที่ยังไม่สำเร็จ มันเป็นสิ่งที่ห่างไกลออกไปอีกชั้นหนึ่งต่อความพึงพอใจในตัวเอง หลายๆคนจัดความฝันเป็นเรื่องรอง ผมอยากจะเล่าความฝันของผมที่จะเขียนนิยายเรื่องหนึ่งให้สำเร็จ ถ้าจำไม่ผิดพล็อตหลักของเรื่องถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่ผมอายุยี่สิบเก้า ผมเริ่มเขียนมันตอนอายุสามสิบเอ็ด ใช้เวลาเดินทางถึงสองปีเพื่อจะเริ่มเขียนมัน จนปัจจุบันก็ยังเขียนไม่เสร็จ อาจจะมีข้ออ้างได้อีกหลายอย่าง เช่นโครงเรื่องที่ยาวมากๆ ความซับซ้อนของเนื้อหาเองบางทีก็ทำให้หาเหตุผลให้กับตัวละครไม่ได้ และอื่นๆอีกมากมาย แต่อย่างหนึ่งที่ยังไงก็แล้วแต่ที่ผมต้องยอมรับก็คือ ผมไม่ได้วางความฝันไว้ที่ลำดับแรก ในขณะนี้แม้ว่าผมจะยังทำมันไม่เสร็จแต่ที่มันสำคัญก็คือ ผมได้วางความฝันไว้ในลำดับต้นๆที่เราต้องจัดการมัน ตอนที่เริ่มต้นเขียนบทความ มันเป็นการเริ่มต้นของการสานต่อความฝันด้วย ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่าในทุกๆวันผมจะต้องคืบหน้าไปเรื่อยๆ ผมจะไม่ปล่อยให้ความฝันมันหยุดอยู่กับที่ การแช่แข็งความฝันส่วนตัวนั้นไม่ต่างกับการที่เฉือนเนื้อของตัวเองทีละน้อยๆ จนในที่สุดกว่าจะรู้ตัวเราก็จะเหลือแต่เพียงกระดูกที่กองที่พื้น ความมีชีวิตชีวาที่จะค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ดังนั้นไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอะไรสิ่งที่ต้องทำก็คือรักษามันไว้และเงยหน้ามองเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญานของคุณเอง อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเป้าหมายเองก็ดูราวกับว่าจะเกินเอื้อม แต่ในฐานะของมนุษย์ปถุชน คุณไม่มีทางเลือกอื่น หากว่าคุณไม่มองดูที่ความฝันอยู่ตลอดเวลา คุณจะค่อยๆสูญสิ้นความคิดเกี่ยวกับตัวเองๆไปทีละน้อย ความพยายามที่จะบอกว่าเราต้องเสียสละตัวเอง ต้องให้ความคิดเกี่ยวกับการมีการได้ของตัวเองน้อยลงเพื่อที่จะก้างไปสู่จุดที่อยู่เหนือโลกได้นั้น มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ แต่ถ้าคุณยังทำงานกับตัวเองไม่จบ การที่จะไปเหนือโลกได้นั้นอาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าทุกครั้งที่คุณพยายามจะเป็นอย่างนั้นแล้วหวนกลับมากล่าวโทษต่อทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว คุณควรตระหนักว่าความฝันที่ขาดวิ่นของคุณมันยังฉุดรั้งตังคุณเองอยู่ ดังนั้นคุณต้องทำหน้าที่ที่มีต่อความฝันของตัวเองให้ครบถ้วนเสียก่อน นอกเสียจากว่าคุณมีสภาวะเหนือโลกเป็นความฝันอันเดียวของคุณ นั่นเป็นทางเดียวที่คุณจะทอดทิ้งภาะที่มีต่อตัวเองนี้ได้
สำหรับคนที่ยังต้องใช้ชีวิตต่อสู้กับเรื่องราวต่างๆในชีวิต ต่างประสบความทดท้อทรมานกับสิ่งรอบข้างกันทั้งนั้น ราวกับว่ากำลังเดินอยู่ในหล่มโคลน ทุกคนล้วนต้องการกำลังใจที่จะเหวี่ยงขาให้ก้าวไปข้างหน้า ทุกๆครั้งที่หยุดยืนอยู่จะพบว่าการก้าวเดินต่อไปดูคล้ายจะยากขึ้นทุกที ยิ่งเดินช้ายิ่งหยุดยั้งเนิ่นนานโคลนเลนที่ฉุดรั้งยิ่งพอกหนา ถ้าคุณมีใครที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน ถือว่าคุณโชคดีมาก แต่คนโดยมากไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทางเดียวที่คุณจะมีพลังของตัวเองที่จะก้าไปไม่หยุดยั้ง คือคุณต้องไม่ทิ้งความฝัน ดังนั้นถ้าหากคุณไม่มีใครเลย แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น ก็จงเงยหน้ามองไปยังความฝันเสมอ เพราะสำหรับคนแล้ว มีเพียงความฝันที่เด้นชัดในความมืดมนทุกรูปแบบ
มีเวลาสำหรับหน้าที่ประจำแล้ว จงเก็บพื้นที่ของความฝันและคืบหน้าให้ใกล้มันอยู่เสมอ
Once we note then we learn on what we experience. ผมเชื่อว่า เมื่อเราลงมือบันทึกเราจะเริ่มเข้าใจ การเดินทางที่ง่ายที่สุดคือการเดินทางไปกับตัวเอง แต่ที่ยากที่สุดคือการเห็นตัวเองกำลังเดินทางอยู่ หวังว่าการเขียนจะเป็นการให้โอกาสตัวเองได้ทบทวนและเรียนรู้แต่ละก้าวย่างที่เดินไป
Tuesday, March 14, 2017
นอกจากมีเวลาสำหรับหน้าที่แล้ว ต้องมีพื้นที่สำหรับความฝัน
Subscribe to:
Posts (Atom)